SXO คืออะไร เพราะ SEO อย่างเดียวมันไม่เพียงพออีกต่อไป?
การทำ SEO เพียงอย่างเดียวต้องบอกกันตามตรงว่าในปัจจุบันมันไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว เพราะหลักๆที่เราทำ SEO ก็จะวัดผลกันด้วยเรื่องของ Organic Traffic และ Ranking เท่านั้น แต่คนทำเว็ปไซต์ส่วนใหญ่ก็ย่อยต้องการยอดขายจากการขายสินค้าหรือ Conversion ด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นผมถึงบอกว่าการทำ SEO เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอก็ได้
นั่นจึงเป็นที่มาขอการทำ SEO ที่เหนือขึ้นไปอีกหนึ่งระดับนั่นก็คือ "SXO" ครับ เราไปทำความรู้จักกลยุทธ์นี้กันครับ
SXO ย่อมาจากคำว่า "Search Experience Optimization" มันคือการรวมกันระหว่าง Search Engine Optimization (SEO) กับ User Experience (UX) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการทำ SEO ที่ advance มากยิ่งขึ้น เพราะในปัจจุบันการแข่งขันสูง การวัดผลแค่เรื่องของอันดับเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ
SXO ทำอะไรได้บ้าง
หลักการของการทำ SXO คือนอกจากการทำอันดับด้วยคีย์เวิร์ดแล้ว มองไปถึงการปรับแต่งเว็ปไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดอีกด้วย แต่คิดว่าหลายๆคน ยังสงสัยอยู่ว่าการทำ SEO ในปัจจุบันเราก็ให้ความสำคัญในเรื่องของคุณภาพเว็ปไซต์กันอยู่แล้วนี่หน่า
แต่ผมอยากจะบอกว่าที่เราปรับกันอยู่นั้นมันวัดผลแค่ในเรื่องของประสิทธิภาพของเว็ปไซต์เพียงเท่านั้น (Health Check Website) แต่เราไม่ได้เจาะลึกไปถึงการทำให้เกิด Conversions ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง เพราะฉะนั้นเราถึงต้องทำ SXO ยังไงหล่ะครับ
SXO แตกต่างจาก SEO อย่างไร?
ข้อดีของ SEO
- ทำอันดับบน SERPs ด้วย Keyword
- เป็น Ogranic Traffic
- ไม่มีค่าใช้จ่าย (ไม่นับค่าสร้างเว็ปไซต์ หรือทำ Backlink บางอย่าง)
- ได้คนที่เข้ามาจริงๆ ไม่ใช่บอท
ข้อดีของ SXO
- คนเข้าถึงสิ่งที่เราอยากให้เข้าได้จริงๆ
- มีการวัดผลที่เราต้องการได้อย่างแม่นยำ
- มีการจัดระเบียบโครงสร้างเว็ปที่ชัดเจน
- เข้าถึงง่ายทั้งคนและบอท
- ทุกอย่างที่เป็นข้อดีของ SEO
องค์ประกอบ SXO มีอะไรบ้าง?
การทำ SXO มีองค์ประกอบที่หลากหลาย ซึ่งผมคัดเอาแค่ที่มองว่ามันสำคัญๆ จริงๆมาให้ 3 ข้อดังนี้
การออกแบบด้วย UX (User Experience)
สมุตินะครับว่า เราทำ SEO ได้ดีมาก Keyword เราอยู่อันดับบนๆเลย มีทราฟฟิกเข้ามาเยอะแยะ แต่เราขายของได้น้อย เคยสังเกตุไหมว่ามันเป็นเพราะอะไร? เบื้องต้นได้ลองเช็กเรื่องของ UX/UI บ้างหรือยังครับ การให้ความสำคัญเกี่ยวกับ UX เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะครับในปัจจุบัน เราควรวางแผนและออกแบบให้สวยงาม ไหลลื่น ใช้งานง่าย การวางปุ่มไว้ในตำแหน่งที่ดีก็จะช่วยเพิ่ม Call to Action ได้มากขึ้น
การขยายเนื้อหา (Expanded Contents)
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนทำ SEO ก็คืออการทำบทความให้สดใหม่ตอลดเวลา แต่จะบอกว่าเทคนิคในการรวมหลายๆคีย์เวิร์ดเอาไว้ในเรื่องเดียวกันมันใช้ไม่ได้ตลอดไปแล้วครับ เพราะมีเว็ปนึงได้มีการทำทดสอบถึงเรื่องของการทำบทความระหว่างบทความเดียวจบ vs ขยายบทความออกเป็นหลายๆเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน
ผลคือ ในช่วงแรกการทำบทความเดียวจะได้ทราฟฟิกที่วิ่งเข้ามามากแต่หลังจากนั้นจะลดลงไปอย่างรวดเร็ว กลับกันหากเราทำบทความที่มีความเกี่ยวข้องกันขยายออกเป็นหลายๆบทความด้วยกัน จะได้ทราฟฟิกที่มากกว่า และยังเป็นผลดีต่อคนที่เข้ามาด้วยเพราะว่า เขาจะได้ข้อมูลหรือคำตอบที่ตรงกับความต้องการในทันที ไม่ต้องเสียเวลาเพื่ออ่านเนื้อหาที่เขาไม่ได้ต้องการครับ
อะไรสำคัญให้เอาไว้บนสุด
องค์ประกอบท้ายสุดที่ผมอยากแนะนำก็คือ อะไรที่เป็นสิ่งสำคัญให้เราเอามาวางไว้บนสุดก่อนเสมอ ในที่นี้ผมหมายถึงการเขียนบทความ หรือทำคอนเทนต์ต่างๆ ครับ เมื่อก่อนการเขียนบทความหนึ่งบทความ เรามักจะเปิดด้วยการทำบทนำก่อนเสมอๆ ถูกไหมครับ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เหมาะสมครับ แต่ทีนี้ในการทำ SXO เนี่ย เราควรจะต่อด้วยประเด็นที่เป็นใจความสำคัญของเรื่อง หรือเราเรียกกันว่า "ท่อนฮุค" เลยจะดีกว่ามากๆ เพราะว่า คนที่เขาเข้ามาอ่านส่วนใหญ่ก็อยากได้คำตอบในสิ่งที่ตัวเองต้องการไวๆ ใช่ไหมครับ ถ้าจะต้องมานั่งไล่อ่านตั้งแต่ต้นลงมาเรื่อย กว่าจะได้เจอคำตอบที่ตัวเองถามหาก็คงเสียเวลาพอสมควร เพราะฉะนั้นกลยุทธ์เพื่อที่จะทำให้บทความหรือเนื้อหาของเราได้คุณภาพมาที่สุดก็คือวิธีนี้นี่เอง
สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะมีกลยุทธ์อะไรมากมายก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะย้ำเตือนเสมอๆ ก็คือการทำเนื้อหาที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ ตอบโจทย์และช่วยเหลือคนที่กำลังค้นหาเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้องมากที่สุดครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น