Silo page คืออะไร? รู้จักก่อนใช้ให้เป็น

Silo page คืออะไร? รู้จักก่อนใช้ให้เป็น

     ผมเชื่อว่าคนทำเว็ปไซต์ หรือโปรแกรมเมอร์หลายท่านคงรู้จักคำว่า "Silo" แล้วเชื่ออีกว่าต้องเคยทำและออกแบบ Silo page กันอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ในวันนี้ผมจะมาอธิบายให้เข้าใจกันว่า Silo page คืออะไร มีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้างไปดูกันครับ

silo seo structure


Silo page คืออะไร?

     Silo page คือการจัดรวบรวมหน้าต่างๆ ที่อยู่ภายในเว็ปไซต์ของเราเอง ให้อยู่ภายในหมวดหมู่เดียวกัน อย่างเช่น เรามีสินค้าเกี่ยวกับรองเท้าอยู่มากมาย ถ้าเราไม่มีการจัดเรียงหรือแยกประเภทมันก็จะกระจัดกระจายอยู่ในเว็ปไซต์ ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าที่เข้ามาค้นหาไม่เจอ หรือแม่แต่ในมุมของ robot เองก็จะเกิดการสับสนขึ้นได้นั่นเอง เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้น การจัดวางโครงสร้าง และกัารแยกแยะหมวดหมู่ด้วยการทำ Silo page จึงเป็นสิ่งสำคัญครับ

เพื่อให้เข้าใจในการทำ silo มากยิ่งขึ้นผมแบ่งเป็นข้อดี และข้อเสียออกได้ดังนี้

ข้อดีของการทำ Silo page

  • ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาเนื้อหาได้ง่าย : การทำหน้า Silo Page ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาเนื้อหาที่ต้องการได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องค้นหาผ่านหน้าเว็บไซต์ทั้งหมด อยากรู้ข้อมูลตรงไหนก็ไปตรงนั้นได้เลย
  • ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาเว็บไซต์ : หน้า Silo Page ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาเว็บไซต์ได้ดีขึ้น ส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ในผลการค้นหา
  • ช่วยเพิ่ม Conversion Rate : หน้า Silo Page ช่วยเพิ่ม Conversion Rate ให้มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้ง่ายขึ้น

ข้อเสียของการทำ Silo page

  • ต้องใช้เวลา : การสร้างหน้า Silo Page ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ในเรื่องของ SEO
  • ต้องมีเนื้อหาเพียงพอ : หน้า Silo Page ต้องมีเนื้อหาเพียงพอ เพื่อให้ผู้ใช้สนใจ หากมีเนื้อหาน้อยการทำ Silo page ก็อาจไม่มีความจำเป็น
  • ต้องมีการอัปเดตเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ : การสร้างหน้า Silo Page จำเป็นต้องมีการอัปเดตเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดึงดูดผู้ใช้ให้เข้ามาเป็นประจำถึงจะได้ประสิทธิภาพจริงๆ
มาถึงตรงนี้แล้วหากเพื่อนๆ ยังนึกภาพไม่ออกว่าแล้วมันมีหน้าตาเป็นอย่างไร ผมมีภาพตัวอย่างการทำ Silo มาให้ได้ดูกันครับ
ตัวอย่าง Silo page
ขอบคุณรูปภาพจาก https://ahrefs.com/blog/seo-silo-structure/


     ตัวอย่างจากรูป เป็นเว็ปไซต์ที่ทำเกี่ยวกับสถานบริการออกำลังกาย ซึ่งได้มีการวาง Silo ไว้เป็น 3 หมวดใหญ่ๆ คือ 1. Gym studios (สถานที่ยิม) 2. Gym Classes (คลาสที่เปิดสอน) และ 3. Gym instructors (ครูฝึกสอน) โดยภายในแต่ละหมวดหมู่ก็จะ มีหน้าย่อยอยู่ภายในอีกมากมาย ตามแต่ความเกี่ยวข้องนั่นเอง

สรุป Silo page เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการออกแบบโครงสร้างเว็ปไซต์ที่มีหน้าเป็นจำนวนมากๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็ปไซต์ ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อ Google ช่วยให้เว็ปไซต์ Index page ได้ไวยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การสร้างหน้า Silo Page ต้องใช้เวลามาก การสร้างเว็บไซต์ควรพิจารณาข้อดีข้อเสียอย่างรอบคอบ แล้วตัดสินใจว่าเหมาะสมกับเว็บไซต์ของตัวเองหรือไม่ครับ

ความคิดเห็น